📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →
Thrive Wellness Clinic

FIT 132 ตรวจแพ้อาหารแฝงเชิงลึก — เช็กให้แน่ว่าคุณแพ้อะไรกันแน่

เทคโนโลยี Dual-Signal วัดทั้ง IgG และ Complement C3d ใน 132 อาหาร สีและสารปรุงแต่ง ความแม่นยำ 99.1% ทราบผล 7–14 วัน

132 รายการ อาหาร สี และสารปรุงแต่ง
99.1% ความแม่นยำ
7–14 วัน ระยะเวลาทราบผล
ตรวจ FIT 132 Food Sensitivity ภาวะความไวต่ออาหารเชิงลึก IgG+C3d ที่ Thrive Wellness Clinic กรุงเทพ

คุณมีอาการเหล่านี้เรื้อรังหรือเปล่า?

ถ้าตอบใช่มากกว่า 3 ข้อ การอักเสบจากอาหารอาจเป็นต้นเหตุ — FIT 132 ช่วยระบุได้แม่นยำ

📋 สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways) — FIT 132

  • FIT 132 ไม่ใช่การตรวจแพ้อาหารทั่วไป — ใช้เทคโนโลยี Dual-Signal วัดทั้ง IgG antibody และ Complement C3d (IC-C3d) พร้อมกัน ทำให้แม่นยำกว่าการตรวจ IgG เพียงอย่างเดียวถึง 99.1% [1]
  • ครอบคลุมสีผสมและสารปรุงแต่งที่การตรวจ IgG มาตรฐานพลาด — เช่น MSG, Tartrazine, Sodium Benzoate ซึ่งพบได้บ่อยในอาหารไทยและอาหารแปรรูป
  • อาการเรื้อรังที่รักษาแล้วไม่หาย อาจมาจากการอักเสบต่ำ (Low-grade Inflammation) จากอาหาร สีผสม หรือสารปรุงแต่งที่คุณทานซ้ำๆ โดยไม่รู้ตัว [2]
  • ไม่ต้องงดอาหารก่อนตรวจ เจาะเลือดครั้งเดียว ทราบผล 7–14 วัน พร้อมคำปรึกษาแพทย์แปลผลโดยเฉพาะ
  • ควรปรึกษาแพทย์ก่อนปรับอาหาร เพื่อวางแผน Elimination Diet ที่ครบถ้วนและป้องกันการขาดสารอาหาร

FIT 132 คืออะไร — และต่างจากการตรวจ IgG 222 ชนิดอย่างไร

FIT 132 ย่อมาจาก Food Inflammation Test — การตรวจเลือดที่ออกแบบมาเพื่อระบุว่าอาหารชนิดใดกำลังกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายทำงานเกิน จนก่อให้เกิดการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำ (Low-grade Chronic Inflammation) ที่อาจเป็นต้นเหตุของอาการที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกันกับอาหารเลย

ความแตกต่างหลักจากการตรวจ Food Sensitivity ภาวะความไวต่ออาหารแบบ IgG 222 ชนิดทั่วไปอยู่ที่ วิธีวัดสัญญาณ FIT 132 ใช้เทคนิค ELISA ที่จดสิทธิบัตรโดย KBMO Diagnostics ซึ่งตรวจจับสัญญาณ 2 ตัวพร้อมกัน:

สำคัญ: Complement C3d บ่งชี้การอักเสบที่เริ่มแล้ว — ไม่ใช่แค่ความเสี่ยง

IgG เพียงอย่างเดียวบอกว่าร่างกาย “จดจำ” อาหารนั้นว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม แต่ IC-C3d บอกว่าระบบ Complement ถูกกระตุ้นแล้ว ซึ่งเป็นขั้นตอนถัดไปที่นำไปสู่การอักเสบจริง การวัดทั้งสองสัญญาณพร้อมกันจึงให้ภาพที่แม่นยำและครบถ้วนกว่า [1]

เปรียบเทียบ FIT 132 กับ Food Intolerance IgG 222 ชนิด

ปัจจัยFIT 132IgG 222 ชนิด
สัญญาณที่วัดIgG + Complement C3d (Dual-Signal)IgG เพียงอย่างเดียว
ความแม่นยำ99.1% [1]สูง แต่ต่ำกว่า Dual-Signal
จำนวนรายการ132 (รวมสีผสม + สารปรุงแต่ง)222 (อาหารเท่านั้น)
สีผสมและสารปรุงแต่ง✅ ครอบคลุม (MSG, Tartrazine ฯลฯ)❌ ไม่ครอบคลุม
ระยะเวลาผล7–14 วัน3 วัน
เหมาะสำหรับการอักเสบเรื้อรัง, Autoimmune, ผล IgG เดิมไม่ชัดเจนการตรวจเบื้องต้น, ต้องการผลเร็ว

อาการที่บ่งชี้ว่าควรตรวจ FIT 132

การอักเสบเรื้อรังระดับต่ำจากอาหารมักไม่แสดงอาการชัดเจนอย่างการแพ้อาหารแบบเฉียบพลัน แต่สะสมทีละนิดจนเกิดอาการหลากหลายที่ดูเหมือนไม่เกี่ยวกัน งานวิจัยในวารสาร Gut พบว่า ผู้ป่วย IBS ที่งดอาหารตามผล IgG มีอาการดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญภายใน 3 เดือน เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้งดอาหารตามผล [2]

🫃
ท้องอืด ลำไส้แปรปรวนอาหารไม่ย่อย ปวดท้องเรื้อรังโดยไม่รู้สาเหตุ
🌡️
ผื่นคัน สิวเรื้อรังผิวอักเสบที่รักษาแล้วกลับมาซ้ำ
🧠
ปวดหัว ไมเกรนปวดซ้ำๆ ที่ยาไม่ตอบสนองเต็มที่
😴
อ่อนเพลียเรื้อรังนอนเต็มอิ่มแล้วยังรู้สึกล้าตลอดเวลา
⚖️
น้ำหนักลดไม่ลงออกกำลังกายและคุมอาหารแล้วแต่ยังไม่ลด
🦴
ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรังที่ไม่มีสาเหตุชัดเจน

ผู้ที่ควรพิจารณาตรวจ FIT 132 โดยเฉพาะ ได้แก่ ผู้ที่เคยตรวจ IgG 222 แล้วแต่ผลไม่ชัดเจนหรืออาการไม่ดีขึ้นหลังปรับอาหาร ผู้ที่มีอาการคล้าย Autoimmune, และผู้ที่บริโภคอาหารแปรรูปหรืออาหารที่มีสีผสมเป็นประจำ

อาหาร 132 รายการที่ตรวจ — ครอบคลุมอะไรบ้าง

FIT 132 ครอบคลุมอาหาร สี และสารปรุงแต่งใน 4 หมวดหลัก:

🥩

อาหาร 8 กลุ่มหลัก

  • • ผลิตภัณฑ์จากนม (นม เนย ชีส)
  • • ไข่ (ทั้งไข่ขาวและไข่แดง)
  • • ข้าวสาลีและกลูเตน
  • • ถั่วลิสงและถั่วเปลือกแข็ง
  • • ปลาและอาหารทะเล
  • • ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่ว
  • • เนื้อสัตว์ (วัว หมู ไก่)
  • • ผักและผลไม้หลากชนิด
🧂

สีผสมอาหาร (Food Dyes)

  • • Tartrazine (Yellow No.5)
  • • Sunset Yellow (Yellow No.6)
  • • Erythrosine (Red No.3)
  • • Allura Red (Red No.40)
  • • Brilliant Blue (Blue No.1)
  • • Indigotine (Blue No.2)
🧪

สารปรุงแต่ง (Additives)

  • • MSG (Monosodium Glutamate)
  • • Sodium Benzoate (สารกันบูด)
  • • Sodium Nitrite (ในเนื้อแปรรูป)
  • • BHA / BHT (สารกันหืน)
  • • Carrageenan (สารข้นอาหาร)
🌾

ธัญพืชและพืชตระกูลถั่ว

  • • ข้าวขาว ข้าวโพด ข้าวโอ๊ต
  • • ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์
  • • ถั่วดำ ถั่วเขียว ถั่วแดง
  • • เมล็ดงา เมล็ดทานตะวัน

วิธีตรวจและขั้นตอน — ง่ายกว่าที่คิด

ไม่ต้องงดอาหารหรืออดน้ำก่อนตรวจ ซึ่งเป็นข้อดีสำคัญสำหรับผู้ที่ตารางงานยุ่ง

1

นัดหมายแพทย์

โทรหรือ LINE เพื่อนัดวัน — ไม่ต้องเตรียมตัวพิเศษ ทานอาหารได้ตามปกติ

2

เจาะเลือด 10–15 นาที

เก็บตัวอย่างเลือดปริมาณเล็กน้อย ส่งไปห้องปฏิบัติการเฉพาะทางเพื่อวิเคราะห์ด้วยเทคนิค ELISA

3

รอผล 7–14 วัน

วิเคราะห์ทั้ง IgG และ Complement C3d สำหรับ 132 รายการ ผลออกมาเป็นรายงานแยกระดับปฏิกิริยา

4

คำปรึกษาแพทย์แปลผล

แพทย์อธิบายผลในบริบทอาการของคุณ และวางแผน Elimination Diet เฉพาะบุคคล

นำผลตรวจ FIT 132 ไปทำอะไรได้บ้าง

ผลตรวจจะแบ่งอาหารออกเป็น 3 ระดับปฏิกิริยา: สูง (High), กลาง (Moderate), และ ต่ำ (Low/Borderline) แพทย์จะใช้ข้อมูลนี้ออกแบบแผนอาหาร 2 ระยะ:

ระยะที่ 1 — Elimination Diet (4–8 สัปดาห์) งดอาหารที่มีปฏิกิริยาระดับสูงและกลางออกทั้งหมด เพื่อให้ระบบภูมิคุ้มกันพักฟื้น งานวิจัยในกลุ่มผู้ป่วยไมเกรนพบว่า การงดอาหารตามผล IgG ช่วยลดความถี่ของไมเกรนได้อย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ปรับอาหาร [3]

ระยะที่ 2 — Rotation Diet (หลัง 8 สัปดาห์) ทดสอบทานอาหารที่งดกลับมาทีละชนิด สังเกตว่าอาการกลับมาหรือไม่ เพื่อยืนยันว่าอาหารชนิดนั้นเป็น Trigger ของคุณจริงๆ และระบุว่าต้องหลีกเลี่ยงถาวรหรือสามารถทานได้เป็นครั้งคราว

ข้อค้นพบสำคัญ: งานวิจัยที่ตีพิมพ์ใน Gut แสดงให้เห็นว่าผู้ป่วย IBS กลุ่มที่งดอาหารตามผล IgG มีคะแนนอาการดีขึ้น 26% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ได้รับอาหารหลอก (Sham elimination) ซึ่งบ่งชี้ว่าการระบุและงด Trigger Foods มีผลต่อการอักเสบในลำไส้จริง [2]

มุมมองจากแพทย์ที่ Thrive — ทำไมถึงเลือก FIT 132

”ที่ Thrive เราใช้ FIT 132 สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเรื้อรังซับซ้อน หรือเคยตรวจ IgG แล้วแต่ผลไม่ชัดเจน เพราะการวัด Complement C3d ร่วมด้วยช่วยให้เราเห็นว่าการอักเสบเริ่มทำงานจริงหรือเปล่า ไม่ใช่แค่ว่าร่างกายจดจำอาหารนั้นว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม ความแตกต่างนี้มีความสำคัญมากในการวางแผนการรักษา”

— พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี (หมอนุ่น), แพทย์ด้าน Anti-aging & Functional Medicine, Thrive Wellness Clinic กรุงเทพ

”The intestinal immune system is in constant interaction with ingested food antigens; when tolerance breaks down and IgG-mediated immune complexes form, the complement cascade amplifies tissue inflammation — identifying and removing the dietary triggers is the most direct intervention available.”

— Fasano A., Director, Mucosal Immunology and Biology Research Center, Massachusetts General Hospital / Harvard Medical School. Clin Rev Allergy Immunol. 2012;42(1):71–78 [4]

อ้างอิงทางวิทยาศาสตร์

สิ่งที่คุณจะได้รับจากการตรวจ FIT 132 ที่ Thrive

ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่เจาะเลือดถึงแผนอาหารส่วนตัว ดูแลโดยแพทย์ตลอด

ตรวจ FIT 132 — Dual-Signal IgG+C3d

เจาะเลือดครั้งเดียว วิเคราะห์ 132 รายการ รวมสีผสมและสารปรุงแต่ง ความแม่นยำ 99.1%

รายงานผลละเอียด 7–14 วัน

ระบุชัดว่าอาหารชนิดไหนมีปฏิกิริยาระดับสูง กลาง หรือต่ำ แยกเป็นรายการอาหาร

ปรึกษาแพทย์แปลผล 30–60 นาที

แพทย์อธิบายผลตรวจในบริบทอาการของคุณ และวางแผนอาหารเฉพาะบุคคล

แผน Elimination + Rotation Diet

แผนอาหาร 4–8 สัปดาห์ พร้อมไกด์ทดสอบกลับ เพื่อระบุว่าอาหารใดต้องหลีกเลี่ยงถาวรหรือสลับทาน

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี หมอนุ่น ผู้ดูแลการตรวจ FIT 132 ที่ Thrive Wellness Clinic

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี

Chanakan Trangansri, MD. (หมอนุ่น)

หมอนุ่นเลือกใช้ FIT 132 สำหรับผู้ป่วยที่มีการอักเสบเรื้อรังซับซ้อน เพราะเทคโนโลยี Dual-Signal IgG+C3d ให้ภาพที่ครอบคลุมกว่า ช่วยระบุ Trigger Foods ที่การตรวจ IgG เพียงอย่างเดียวอาจพลาด

Anti-aging & Regenerative MedicineNutrition WellnessLifestyle MedicineFood Sensitivity & Inflammation

ทำไมต้องตรวจ FIT 132 ที่ Thrive

แปลผลโดยแพทย์เฉพาะทาง

ไม่ใช่แค่รับรายงาน — หมอนุ่นจะอธิบายความหมายผลตรวจและวางแผนการดูแลต่อเนื่อง

ปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจ

สงสัยว่าควรตรวจ FIT 132 หรือ IgG 222? คุยกับเราทาง LINE ก่อนได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย

คลินิกครบวงจร ไม่ต้องวิ่งหลายที่

ตรวจ วิเคราะห์ ออกแผนอาหาร และติดตามผล ครบในที่เดียวที่ The Crystal Park ลาดพร้าว

คำถามที่พบบ่อย

FIT 132 ต่างจากการตรวจ Food Sensitivity ภาวะความไวต่ออาหาร IgG 222 ชนิดอย่างไร?

FIT 132 วัดสัญญาณ 2 ตัวพร้อมกัน ได้แก่ แอนติบอดีชนิด IgG และสารเชิงซ้อนทางภูมิคุ้มกัน Complement C3d (IC-C3d) ทำให้ความแม่นยำสูงถึง 99.1% ส่วนการตรวจ IgG 222 ชนิดวัดเฉพาะ IgG เพียงอย่างเดียว ครอบคลุมอาหาร 222 ชนิดแต่ไม่รวมสีผสมและสารปรุงแต่งอาหาร FIT 132 เหมาะกว่าสำหรับผู้ที่มีการอักเสบเรื้อรังชัดเจนหรือมีอาการคล้าย Autoimmune

ต้องงดอาหารก่อนตรวจ FIT 132 ไหม?

ไม่จำเป็น FIT 132 เป็นการเจาะเลือดปกติ ไม่ต้องอดน้ำหรืออดอาหารก่อนตรวจ สามารถเข้ารับการตรวจได้ทันทีในวันนัดหมาย

ตรวจ FIT 132 ทราบผลกี่วัน?

ผลตรวจ FIT 132 ทราบภายใน 7–14 วันหลังเจาะเลือด เนื่องจากใช้เทคนิค ELISA เฉพาะทางที่ต้องส่งไปห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง แพทย์จะนัดแปลผลและอธิบายความหมายของแต่ละรายการอาหารที่ตรวจพบ

ใครควรตรวจ FIT 132?

เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเรื้อรังที่รักษาไม่หาย เช่น สิว ผื่นผิวหนัง ปวดหัวซ้ำๆ ท้องอืดเรื้อรัง อ่อนเพลีย น้ำหนักลดไม่ลง หรือผู้ที่มีประวัติ Autoimmune หรือเคยตรวจ IgG แล้วผลไม่ชัดเจน FIT 132 ยังเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบปฏิกิริยาต่อสีผสมอาหารและสารปรุงแต่ง ซึ่งการตรวจ IgG มาตรฐานไม่ครอบคลุม

FIT 132 ตรวจอาหารอะไรบ้าง?

ครอบคลุม 132 รายการ ได้แก่ อาหาร 8 กลุ่มหลักที่ก่อการแพ้บ่อย (นม ไข่ ถั่ว ธัญพืช ปลา หอย เนื้อสัตว์ ผักผลไม้) รวมถึงสีผสมอาหาร เช่น Tartrazine (Yellow 5) และสารปรุงแต่ง เช่น MSG และ Sodium Benzoate ซึ่งการตรวจ IgG มาตรฐานไม่ครอบคลุม

หลังทราบผล FIT 132 แล้วต้องทำอะไร?

แพทย์จะออกแบบ Elimination Diet โดยงดอาหารที่มีปฏิกิริยาสูงออกก่อน 4–8 สัปดาห์ จากนั้นค่อยๆ ทดสอบทานกลับทีละอย่าง (Rotation Diet) เพื่อยืนยันว่าอาการดีขึ้นจริง และระบุว่าอาหารใดต้องหลีกเลี่ยงระยะยาวและอาหารใดสามารถทานได้เป็นครั้งคราว

พร้อมค้นหาต้นเหตุของการอักเสบ — เริ่มจาก FIT 132

Thrive Wellness Clinic — The Crystal Park ชั้น 2 ลาดพร้าว เปิดทุกวัน 10:00–19:00

นัดปรึกษาเรื่อง FIT 132 ตรวจ Food Sensitivity ภาวะความไวต่ออาหารเชิงลึก

ฝากข้อมูลไว้ ทีมงาน Thrive Wellness Clinic จะติดต่อกลับเพื่อช่วยเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับคุณ