📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →
Thrive Wellness Clinic

โลหะหนักสะสมมาทั้งชีวิต ล้างออกได้ใน 1 เซสชัน

EDTA Chelation ดึงตะกั่ว ปรอท สารหนู และโลหะหนักออกจากเลือดโดยตรง ฟื้นฟูหลอดเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ ความดัน และเบาหวาน — ดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางทุกครั้ง

60–90 นาทีต่อเซสชัน
10–20 เซสชันต่อโปรแกรม
50+ ปีที่ใช้ในการแพทย์
Chelation Therapy คีเลชั่นที่ Thrive Wellness Clinic กรุงเทพ

สัญญาณที่ควรคุยเรื่องโลหะหนักและหลอดเลือด

ถ้าคุณมี exposure หรืออาการเหล่านี้ การเริ่มจาก consult และตรวจ baseline จะช่วยให้วางแผนได้ปลอดภัยกว่า

📋 สรุปประเด็นสำคัญ (Key Takeaways)
  • Chelation คือการให้ EDTA ทางหลอดเลือด — เพื่อจับโลหะหนัก (ตะกั่ว ปรอท แคดเมียม) และแคลเซียมสะสมในหลอดเลือดแล้วขับออกทางปัสสาวะ
  • ใช้ในการแพทย์มากกว่า 50 ปี — เริ่มต้นรักษาพิษตะกั่วในทหารหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ปัจจุบันแพทย์ Integrative Medicine ทั่วโลกใช้เป็น Preventive Protocol
  • เหมาะมากสำหรับคนกรุงเทพ — สัมผัสมลพิษ PM2.5 อาหารทะเลที่อาจมีปรอท และน้ำปนเปื้อนสารโลหะทุกวัน
  • ประโยชน์เพิ่มเติม — ช่วยละลายคราบแคลเซียมในผนังหลอดเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
  • ต้องทำภายใต้การดูแลแพทย์ — มีการตรวจเลือดและการทำงานของไตก่อนและหลังทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย
🫀ฟื้นฟูหลอดเลือด
🧹ล้างโลหะหนัก
❤️ป้องกันโรคหัวใจ
👨‍⚕️ดูแลโดยแพทย์
🔬ใช้ในการแพทย์กว่า 50 ปี

คีเลชั่นคืออะไร — ทำไมแพทย์ใช้มาตั้งแต่สงครามโลก?

Chelation Therapy คือการให้สาร EDTA (Ethylene Diamine Tetraacetic Acid) เข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง สาร EDTA จะจับกับโลหะหนักและแร่ธาตุสะสมในหลอดเลือด เช่น ตะกั่ว ปรอท สารหนู แคดเมียม และแคลเซียมที่ตกตะกอน จากนั้นนำออกทางปัสสาวะ

เดิมใช้รักษาพิษตะกั่วในทหารหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาพบว่าช่วยฟื้นฟูหลอดเลือดและลดความเสี่ยงโรคหัวใจได้ด้วย — ปัจจุบันแพทย์ด้าน Integrative Medicine ทั่วโลกใช้เป็น Preventive Protocol

สำหรับคนกรุงเทพที่สัมผัสมลพิษทางอากาศ อาหารทะเลที่อาจมีปรอท และน้ำที่ปนเปื้อนสารโลหะ — Chelation Therapy คือการ “รีเซ็ต” หลอดเลือดของคุณ

EDTA ทำงานอย่างไร?
1
จับโลหะหนัก
โมเลกุล EDTA จับตัวกับโลหะหนักในเลือดและผนังหลอดเลือดด้วยพันธะเคมีที่แข็งแกร่ง
2
ละลายคราบแคลเซียม
จับกับแคลเซียมที่ตกตะกอนในผนังหลอดเลือด ช่วยให้หลอดเลือดยืดหยุ่นและไหลเวียนดีขึ้น
3
ขับออกทางไต
สารประกอบ EDTA-โลหะถูกกรองออกทางไตและขับออกทางปัสสาวะอย่างปลอดภัย

โลหะหนักที่คนกรุงเทพสะสมอยู่โดยไม่รู้ตัว

ไม่ต้องอยู่ในโรงงานถึงจะรับโลหะหนัก — ชีวิตประจำวันในเมืองให้คุณรับไปทีละนิดทุกวัน

🚗
ตะกั่ว (Lead)
ไอเสียรถยนต์ สีเก่า ท่อประปาเก่า ดินที่ปนเปื้อน — สะสมในกระดูกและสมอง ทำให้ IQ ลดลง ความดันสูง
EDTA จับได้ดีมาก
🐟
ปรอท (Mercury)
ปลาทะเลขนาดใหญ่ (ทูน่า ฉลาม) ฟันอมัลกัม มลพิษอุตสาหกรรม — ทำลายระบบประสาทและไต
DMSA/DMPS จับได้ดีกว่า
💧
สารหนู (Arsenic)
น้ำบาดาลปนเปื้อน ข้าวและอาหารทะเล ยาฆ่าแมลงเก่า — เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งผิวหนังและปอด
EDTA จับได้ดีมาก
🏭
แคดเมียม (Cadmium)
บุหรี่ อาหารที่ปลูกในดินปนเปื้อน แบตเตอรี่เก่า — ทำลายไต ทำให้กระดูกพรุน และเพิ่มความเสี่ยงมะเร็ง
EDTA จับได้ดี

ประโยชน์ที่ได้จาก Chelation EDTA Drip

การวิจัย TACT (Trial to Assess Chelation Therapy) พบว่า Chelation ลดเหตุการณ์หัวใจวายซ้ำได้ถึง 18% ในผู้ป่วยโรคหัวใจ

🫀
ฟื้นฟูหลอดเลือดและการไหลเวียนเลือด
ละลายคราบแคลเซียมและไขมันในผนังหลอดเลือด ทำให้หลอดเลือดยืดหยุ่น เลือดไหลเวียนดีขึ้น ลดความดันโลหิต
❤️
ลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
โลหะหนักกระตุ้นการอักเสบในหลอดเลือด เมื่อขับออกแล้ว ความเสี่ยงหัวใจวาย โรคหลอดเลือดสมอง และ Peripheral Artery Disease ลดลง
🧠
ปกป้องสมองและระบบประสาท
ตะกั่วและปรอทสะสมในเนื้อสมองได้ การขับออกช่วยลดความเสี่ยงสมองเสื่อม Parkinson’s และ Cognitive Decline
⚡
เพิ่มพลังงานและลดความเหนื่อยล้าเรื้อรัง
โลหะหนักรบกวนการทำงานของ Mitochondria เมื่อขับออกแล้ว เซลล์ผลิตพลังงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
🩸
ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลและเบาหวาน
จากการศึกษา TACT พบว่ากลุ่มผู้ป่วยเบาหวานได้ประโยชน์จาก Chelation มากเป็นพิเศษ โดยลดเหตุการณ์หัวใจวายได้ถึง 41%
🛡️
ลดการอักเสบเรื้อรังทั่วร่างกาย
โลหะหนักเป็นตัวกระตุ้นการอักเสบ (Pro-inflammatory) ที่ทรงพลัง การขับออกช่วยลด Oxidative Stress และ Chronic Inflammation

ใครควรทำ Chelation IV บ้าง?

Chelation เหมาะสำหรับคนที่ต้องการป้องกันโรคเรื้อรัง ไม่ใช่แค่รักษาหลังป่วยแล้ว

🏙️
คนกรุงเทพที่รับมลพิษทุกวัน
ฝุ่น PM2.5 ไอเสีย และสิ่งแวดล้อมในเมืองใหญ่สะสมโลหะหนักในร่างกายโดยไม่รู้ตัว
❤️
มีความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด
ครอบครัวมีประวัติโรคหัวใจ ความดันสูง หรือเบาหวาน ต้องการป้องกันก่อนเกิดโรค
🐟
กินปลาทะเลหรืออาหารทะเลบ่อย
ปลาทะเลขนาดใหญ่สะสมปรอทสูง ผู้ที่กินสม่ำเสมออาจมีปรอทในเลือดเกินเกณฑ์
🏭
ทำงานในสิ่งแวดล้อมปนเปื้อน
โรงงาน พิมพ์ก่อสร้าง ทันตแพทย์ หรืออุตสาหกรรมที่สัมผัสโลหะโดยตรง
🩸
ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องการป้องกันโรคหัวใจ
TACT Study พบว่า Chelation ลดเหตุการณ์หัวใจในผู้ป่วยเบาหวานได้ถึง 41%
⚡
เหนื่อยล้าเรื้อรัง ไม่ทราบสาเหตุ
โลหะหนักรบกวนการทำงานของ Mitochondria ทำให้ร่างกายผลิตพลังงานได้น้อยลง

ขั้นตอน Chelation IV ที่ Thrive

ทุกขั้นตอนออกแบบเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุด

1
ตรวจเลือดวัดระดับโลหะหนัก
ก่อนเริ่มโปรแกรม แพทย์จะสั่งตรวจเลือดหรือปัสสาวะเพื่อวัดระดับโลหะหนักที่แท้จริงในร่างกาย เพื่อกำหนดโปรโตคอลที่เหมาะสม
2
ออกแบบโปรโตคอลเฉพาะบุคคล
แพทย์เลือกสาร Chelating Agent (EDTA, DMSA หรือ DMPS) ความเข้มข้น และความถี่ที่เหมาะสมกับระดับโลหะหนักและสุขภาพไตของคุณ
3
ดริป 60–90 นาทีในห้องส่วนตัว
นอนพักสบาย ห้องแอร์เย็น มี Wi-Fi สาร EDTA หยดช้าเข้าเส้นเลือด ใช้เวลา 60–90 นาที แพทย์ดูแลตลอด
4
เสริมแร่ธาตุที่สูญเสียไป
EDTA ดึงโลหะหนักออก แต่อาจดึงแร่ธาตุที่ดีออกด้วย แพทย์จะเสริม Zinc, Magnesium, Calcium และแร่ธาตุจำเป็นคืนให้ทุกครั้ง
5
ติดตามผลและปรับโปรแกรม
ตรวจเลือดซ้ำหลังครบโปรแกรม (10–20 เซสชัน) เพื่อดูระดับโลหะหนักที่ลดลง และปรับโปรแกรม Maintenance ต่อเนื่อง

ไม่รู้ว่ามีโลหะหนักสะสมอยู่ไหม?

เริ่มจากการตรวจเลือดวัดระดับโลหะหนักก่อน — แพทย์จะแปลผลและแนะนำว่าต้องทำ Chelation หรือไม่ ปรึกษาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

📞 โทร 095-934-9640💬 LINE @thrivewellnessth

Scientific References

  1. Lamas GA et al. EDTA chelation therapy alone and in combination with oral high-dose multivitamins and minerals for coronary disease (TACT2). Am Heart J. 2019;209:1–11. PMID: 30654176
  2. Escolar E et al. The effect of an EDTA-based chelation regimen on patients with diabetes mellitus and prior myocardial infarction in the Trial to Assess Chelation Therapy (TACT). Circ Cardiovasc Qual Outcomes. 2014;7(1):15–24. PMID: 24254908
  3. Houston MC. Role of mercury toxicity in hypertension, cardiovascular disease, and stroke. J Clin Hypertens. 2011;13(8):621–627. PMID: 21806773
  4. Järup L. Hazards of heavy metal contamination. Br Med Bull. 2003;68:167–182. PMID: 14757716

ประเมินความเสี่ยง Toxic Load เบื้องต้น

ดูว่าประวัติชีวิตและอาการของคุณควรเริ่มจากการตรวจโลหะหนักหรือปรึกษาเรื่อง Chelation หรือไม่

Chelation ที่ดีเริ่มจากรู้ว่าอะไรสะสมอยู่จริง

หลายคนอยากล้างสารพิษทันที แต่ความปลอดภัยของ Chelation อยู่ที่การประเมินก่อน ทั้งประวัติ exposure การทำงานของไต แร่ธาตุ และเป้าหมายสุขภาพ ทีมแพทย์จึงเริ่มจากการคุยและตรวจที่จำเป็นก่อนออกแบบ protocol

แผน Chelation ที่ออกแบบเป็นขั้นตอน

เหมาะกับคนที่ต้องการดูแล toxic load และหลอดเลือดแบบมีข้อมูล ไม่เริ่มจากการเดา

ประเมิน exposure และความเสี่ยง

ซักประวัติฝุ่น สารเคมี อุดฟันโลหะ งานอุตสาหกรรม และอาการที่เกี่ยวข้อง

เลือกตรวจ baseline ที่จำเป็น

ช่วยดูโลหะหนัก ไต แร่ธาตุ และ marker ที่เกี่ยวกับความปลอดภัยก่อนเริ่ม

ออกแบบ Chelation protocol

กำหนดจำนวนครั้ง ความถี่ และการเติมแร่ธาตุคืนตามภาพสุขภาพของแต่ละคน

ติดตามผลและปรับแผน

ดูการตอบสนอง อาการ และผลตรวจเพื่อให้โปรแกรมเหมาะกับร่างกายจริง

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี ผู้ดูแล Chelation Therapy

พญ. ชนากานต์ ตระหง่านศรี

แพทย์เวชศาสตร์ชะลอวัยและโภชนาการ

แพทย์เฉพาะทางด้าน Chelation & Detoxification และ Anti-aging Medicine ออกแบบโปรโตคอลขับโลหะหนักที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการเสริมแร่ธาตุควบคู่เพื่อลดผลข้างเคียง

Chelation & DetoxAnti-aging MedicineNutrition WellnessLifestyle MedicineDetoxification

ลดความเสี่ยงก่อนเริ่มทุกครั้ง

แพทย์ประเมินความเหมาะสม

ผู้มีปัญหาไต ตั้งครรภ์ หรือมีข้อห้ามจะถูกคัดกรองก่อน

ไม่เริ่มโปรแกรมแบบเดา

แนะนำตรวจและวางแผนตามความเสี่ยงจริงของแต่ละคน

คุยให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ

แบบทดสอบช่วยคัดกรอง แต่การตัดสินใจทำจริงต้องผ่าน consult

คำถามที่พบบ่อย

Chelation IV ปลอดภัยไหม?

เมื่อทำโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์และตรวจสอบสุขภาพไตก่อน Chelation มีความปลอดภัยสูง ใช้ในทางการแพทย์มากกว่า 50 ปี ผลข้างเคียงที่พบบ้าง เช่น ปวดหัว คลื่นไส้ เล็กน้อย ซึ่งแพทย์จัดการได้ ผู้มีปัญหาไตรุนแรงไม่เหมาะสำหรับการทำ

ต้องทำกี่ครั้งถึงเห็นผล?

โดยทั่วไปโปรแกรมมาตรฐานอยู่ที่ 10–20 เซสชัน ทำสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง ขึ้นอยู่กับระดับโลหะหนักเริ่มต้นและเป้าหมายสุขภาพ บางคนรู้สึกมีพลังงานเพิ่มขึ้นตั้งแต่เซสชันแรกๆ ผลระยะยาวเห็นชัดเมื่อครบโปรแกรม

Chelation แตกต่างจาก IV Drip วิตามินธรรมดาอย่างไร?

IV Drip วิตามินเติมสารอาหารที่ขาด แต่ Chelation Therapy ออกแบบมาเพื่อ 'ดึงออก' — นำโลหะหนักและแคลเซียมที่ตกตะกอนออกจากหลอดเลือด เป็นกระบวนการที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง และมักทำควบคู่กันเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

ควรตรวจโลหะหนักก่อนทำ Chelation ไหม?

แนะนำเสมอ การตรวจเลือดหรือปัสสาวะวัดระดับโลหะหนักก่อนช่วยให้แพทย์ออกแบบโปรโตคอลที่เหมาะสม กำหนดความถี่ที่ถูกต้อง และวัดผลได้จริงหลังครบโปรแกรม ทำ Chelation โดยไม่ตรวจก่อนเปรียบเสมือนรักษาโรคโดยไม่วินิจฉัย

ใครบ้างที่ไม่ควรทำ Chelation IV?

ผู้ที่มีภาวะไตวายหรือการทำงานของไตต่ำกว่าเกณฑ์ ผู้หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ แพทย์จะตรวจประเมินสุขภาพโดยรวมก่อนอนุมัติทำทุกครั้ง

ไม่รู้ว่ามีโลหะหนักสะสมอยู่ไหม?

เริ่มจากการตรวจเลือดวัดระดับโลหะหนักก่อน — มาเจอกันที่ The Crystal Park ชั้น 2 ลาดพร้าว เปิดทุกวัน 10:00–19:00

นัดปรึกษา Chelation Therapy

ฝากข้อมูลไว้ ทีมงาน Thrive Wellness Clinic จะติดต่อกลับเพื่อช่วยเลือกโปรแกรมที่เหมาะกับคุณ