📞 095-934-9640 💬 LINE: @thrivewellnessth 🕐 เปิดทุกวัน 10:00-19:00
THRIVE
🏠 หน้าแรก 💉 วิตามินดริป └ 🧬 NAD+ Therapy 🔬 ตรวจสุขภาพ └ ⏱️ EpiSpan อายุชีวภาพ └ 📊 OligoScan └ 🤧 ภูมิแพ้เฉียบพลัน IgE └ 🧪 สมดุลลำไส้ Urine └ 👨‍👩‍👧 วางแผนมีบุตร 🫁 HBOT 🧠 สุขภาพใจ └ 💬 คุยกับนักบำบัด └ 🌸 Bach Flower Remedies └ ⚡ ภาวะหมดไฟ └ 📝 แบบทดสอบ └ 📖 รวมเรื่อง Mental Health 📚 คลังความรู้ 👥 เกี่ยวกับเรา ปรึกษาฟรี →

RED-S คืออะไร — ภาวะที่นักกีฬาไทยแทบไม่รู้จัก แต่เสี่ยงทุกคนที่ซ้อมหนัก

นักกีฬาไทยหญิงวัย 20 ปลายนั่งพักหลังซ้อมวิ่งในกรุงเทพฯ ถือขวดน้ำมองไปที่จานอาหารเช้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด แสงธรรมชาติยามเช้า

สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้

  • RED-S (Relative Energy Deficiency in Sport) คือภาวะที่ร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารไม่พอกับที่ใช้ไปในการซ้อมและใช้ชีวิตประจำวัน
  • เดิมเรียกว่า "Female Athlete Triad" แต่ถูกปรับชื่อในปี 2014 เพราะพบว่าผู้ชายก็เป็นได้เช่นกัน ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะนักกีฬาหญิง
  • RED-S กระทบหลายระบบพร้อมกัน ทั้งฮอร์โมนสืบพันธุ์ ความหนาแน่นของกระดูก ภูมิคุ้มกัน และการทำงานของหัวใจ ไม่ใช่แค่เรื่องประจำเดือนขาด
  • ในผู้ชาย RED-S แสดงออกเป็นเทสโทสเตอโรนต่ำที่ไม่เกี่ยวกับอายุ ผ่านกลไกเดียวกับที่ทำให้ผู้หญิงประจำเดือนขาด
  • สังเกตยากเพราะคนที่เป็น RED-S มักดูฟิตและมีวินัยการซ้อมดี ทำให้ปัญหาถูกมองข้ามจนกว่าจะแสดงอาการชัดเจน
Thrive แนะนำ
Adrenal Fatigue Treatment

ประเมินและรักษาภาวะต่อมหมวกไตล้า — cortisol, HPA axis, และความเหนื่อยล้าเรื้อรัง

นัดตรวจที่ Thrive →

RED-S คือภาวะที่ร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารไม่พอกับที่ใช้ไปในการซ้อมและใช้ชีวิตประจำวัน ส่งผลกระทบต่อฮอร์โมน กระดูก ภูมิคุ้มกัน และหัวใจพร้อมกัน เกิดได้กับนักกีฬาทุกเพศ แต่แทบไม่มีใครในไทยรู้จักชื่อนี้เลย

RED-S คืออะไร (นิยามตรงจากงานวิจัย)

RED-S ย่อมาจาก Relative Energy Deficiency in Sport คณะทำงานผู้เชี่ยวชาญของ International Olympic Committee (IOC) นิยามภาวะนี้ว่าเป็นความบกพร่องของการทำงานทางสรีรวิทยาหลายระบบพร้อมกัน ซึ่งเกิดจากภาวะพลังงานไม่พอ (Low Energy Availability) รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงความบกพร่องของอัตราการเผาผลาญ การทำงานของประจำเดือน สุขภาพกระดูก ภูมิคุ้มกัน การสังเคราะห์โปรตีน และสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด [1]

พูดง่ายๆ คือเมื่อร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารไม่พอกับที่ใช้ไปในการซ้อมต่อเนื่องเป็นเวลานาน ร่างกายจะเริ่ม "ตัดงบ" ระบบที่ไม่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอดทันที เพื่อประหยัดพลังงานไว้ใช้กับอวัยวะสำคัญก่อน ระบบที่มักถูกตัดงบก่อนคือระบบสืบพันธุ์ กระดูก และภูมิคุ้มกัน

Key finding: ต้นเหตุของ RED-S ไม่ใช่ "ซ้อมหนักเกินไป" อย่างเดียว แต่คือช่องว่างระหว่างพลังงานที่ได้รับกับพลังงานที่ใช้ไป คนที่ซ้อมหนักมากแต่กินเพียงพอ อาจไม่เป็น RED-S เลย ในขณะที่คนที่ซ้อมปานกลางแต่กินน้อยเกินไปต่อเนื่อง อาจเป็น RED-S ได้เช่นกัน [1]

ไม่ใช่แค่นักกีฬาหญิง — ผู้ชายก็เป็นได้

ก่อนปี 2014 ภาวะนี้ถูกเรียกว่า "Female Athlete Triad" ซึ่งครอบคลุมเฉพาะพลังงานไม่พอ ประจำเดือนขาด และความหนาแน่นกระดูกลดลงในนักกีฬาหญิงเท่านั้น

คณะทำงาน IOC ทบทวนหลักฐานและพบว่ากลไกเดียวกันเกิดขึ้นในนักกีฬาชายได้เช่นกัน จึงเปลี่ยนชื่อและขยายนิยามเป็น RED-S ในปี 2014 เพื่อครอบคลุมนักกีฬาทุกเพศ [2] ในผู้ชาย ภาวะพลังงานไม่พอจะไปกดการทำงานของฮอร์โมนกระตุ้นจากต่อมใต้สมอง ทำให้เทสโทสเตอโรนลดลง แทนที่จะแสดงออกเป็นประจำเดือนขาดแบบในผู้หญิง [3]

สำคัญ: เพราะผู้ชายไม่มีประจำเดือนเป็นตัวบ่งชี้ที่สังเกตได้ชัดเหมือนผู้หญิง RED-S ในนักกีฬาชายจึงถูกมองข้ามได้ง่ายกว่ามาก กว่าจะรู้ตัวมักผ่านไปหลายเดือนแล้ว

RED-S กระทบร่างกายกี่ระบบ

จุดที่ทำให้ RED-S ต่างจากความเหนื่อยล้าทั่วไปคือมันกระทบหลายระบบพร้อมกัน ไม่ใช่แค่ระบบเดียว

ระบบที่กระทบ ผลที่เกิดขึ้น
ฮอร์โมนสืบพันธุ์ ประจำเดือนขาด (หญิง) / เทสโทสเตอโรนต่ำ (ชาย)
กระดูก ความหนาแน่นกระดูกลดลง เสี่ยงกระดูกหักจากความเครียดสะสม (Stress Fracture)
ภูมิคุ้มกัน ป่วยง่ายขึ้น ฟื้นตัวจากการเจ็บป่วยช้าลง
เมตาบอลิซึม อัตราการเผาผลาญพื้นฐานลดลง
หัวใจและหลอดเลือด การทำงานของหัวใจและหลอดเลือดผิดปกติในระยะยาว

การที่ระบบเหล่านี้กระทบพร้อมกันคือเหตุผลที่ RED-S ต้องได้รับการดูแลแบบองค์รวม ไม่ใช่แก้ทีละอาการ

สัญญาณที่ร่างกายส่งมา

RED-S สังเกตยากเพราะคนที่เป็นมักดูฟิตและมีวินัยการซ้อมดี สัญญาณที่ควรระวังมีดังนี้:

  • ประจำเดือนมาไม่ปกติหรือขาดหายไป (ผู้หญิง) หรือความต้องการทางเพศลดลงชัดเจน (ผู้ชาย)
  • ผลการซ้อมหรือแข่งแย่ลง ทั้งที่ซ้อมหนักขึ้นและมีวินัยมากขึ้น
  • ป่วยบ่อยกว่าปกติ หรือแผลเล็กน้อยหายช้ากว่าเดิม
  • อารมณ์แปรปรวน สมาธิลดลง หรือหมกมุ่นกับอาหารและน้ำหนักตัวมากผิดปกติ
  • กระดูกหักจากความเครียดสะสม (Stress Fracture) โดยไม่มีอุบัติเหตุชัดเจน

ทำไมนักกีฬาไทยมักไม่รู้ตัว

สาเหตุหลักคือคำว่า RED-S แทบไม่เคยถูกพูดถึงในสื่อสุขภาพไทยเลย ต่างจากคำว่า "Overtraining" ที่พอมีคนรู้จักบ้าง ทำให้นักกีฬาที่ซ้อมหนักและคุมอาหารไปพร้อมกันไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเข้าข่าย RED-S เพราะไม่รู้จักชื่อภาวะนี้มาก่อน

อีกสาเหตุคือค่านิยม "ยิ่งผอมยิ่งฟิต ยิ่งกินน้อยยิ่งมีวินัย" ทำให้การกินน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการถูกมองเป็นเรื่องดีแทนที่จะเป็นสัญญาณเตือน โดยเฉพาะในกีฬาที่เน้นรูปร่างฟิตอย่าง HYROX หรือกีฬาที่ต้องควบคุมน้ำหนัก

ผลกระทบระยะยาวถ้าไม่จัดการ

ถ้าปล่อย RED-S ไว้โดยไม่จัดการ ผลกระทบไม่ได้หยุดแค่ผลงานการซ้อมที่แย่ลง แต่สะสมเป็นความเสียหายระยะยาวได้

ความหนาแน่นกระดูกที่ลดลงต่อเนื่องเพิ่มความเสี่ยงกระดูกหักจากความเครียดสะสม ซึ่งอาจทำให้ต้องหยุดซ้อมนานกว่าที่คิด ส่วนผลกระทบต่อหัวใจและหลอดเลือดในระยะยาวเป็นสิ่งที่คณะทำงาน IOC เน้นย้ำว่าร้ายแรงและอาจส่งผลต่อสุขภาพตลอดชีวิต ไม่ใช่แค่ปัญหาชั่วคราวในช่วงซ้อมหนัก [1]

ตรวจและรับมืออย่างไร

การจัดการ RED-S เริ่มจากการยอมรับว่าพลังงานที่ได้รับไม่พอ ไม่ใช่การซ้อมหนักเกินไปเพียงอย่างเดียว การตรวจที่แนะนำครอบคลุม:

  • ฮอร์โมนสืบพันธุ์ — Estradiol, Progesterone, FSH, LH (หญิง) หรือ Testosterone, LH, FSH (ชาย)
  • ฮอร์โมนความเครียด — Cortisol, DHEAS
  • ความหนาแน่นกระดูก — โดยเฉพาะในรายที่มีประวัติกระดูกหักจากความเครียดสะสม
  • การประเมินพลังงานที่ได้รับเทียบกับที่ใช้ไป — ร่วมกับนักโภชนาการหรือแพทย์

การแก้ไขหลักคือเพิ่มพลังงานที่ได้รับให้เพียงพอ ไม่ใช่แค่ลดปริมาณการซ้อมลงอย่างเดียว เพราะถ้ายังกินไม่พอ ปัญหาจะไม่หายไปแม้ซ้อมเบาลง

สิ่งที่แพทย์ Thrive พบจากเคสจริง

"RED-S เป็นภาวะที่ผมอยากให้คนไทยรู้จักมากขึ้น เพราะคนไข้ที่ซ้อมหนักและคุมอาหารไปพร้อมกันมักไม่รู้ว่าตัวเองกำลังเข้าข่าย เพราะภายนอกดูฟิตและมีวินัยดีมาก กว่าจะมาหาเราก็มักมีอาการหลายอย่างพร้อมกันแล้ว ทั้งประจำเดือนขาด ผลงานตก และป่วยบ่อยขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการตรวจแต่เนิ่นๆ ก่อนที่ร่างกายจะสะสมความเสียหายในหลายระบบพร้อมกัน"

— นายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ (หมอบาย), Preventive & Regenerative Medicine, Thrive Wellness Center

References

[1] Mountjoy, M., Sundgot-Borgen, J., Burke, L., et al. (2018). International Olympic Committee (IOC) Consensus Statement on Relative Energy Deficiency in Sport (RED-S): 2018 Update. International Journal of Sport Nutrition and Exercise Metabolism, 28(4), 316–331. https://journals.humankinetics.com/abstract/journals/ijsnem/28/4/article-p316.xml

[2] Mountjoy, M., Sundgot-Borgen, J., Burke, L., et al. (2014). The IOC consensus statement: beyond the Female Athlete Triad—Relative Energy Deficiency in Sport (RED-S). British Journal of Sports Medicine, 48(7), 491–497. https://aqmse.org/wp-content/uploads/2014/09/br-j-sports-med-2014-mountjoy-491-7.pdf

[3] Hackney, A. C. (2020). Hypogonadism in Exercising Males: Dysfunction or Adaptive-Regulatory Adjustment? Frontiers in Endocrinology, 11, 11. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7005256

[4] Cadegiani, F. A., & Kater, C. E. (2019). Novel causes and consequences of overtraining syndrome: the EROS-DISRUPTORS study. BMC Sports Science, Medicine and Rehabilitation, 11, 21. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC6751688

[5] Villarroel López, P., Agudo-Ortega, A., & Juárez Santos-García, D. (2025). Characterization of the Profile of Hyrox© Athletes. Applied Sciences, 15(21), 11693. https://www.mdpi.com/2076-3417/15/21/11693


คำถามที่พบบ่อย

RED-S ต่างจาก Overtraining Syndrome อย่างไร?

RED-S เน้นที่ต้นเหตุด้านพลังงาน (กินไม่พอกับที่ใช้) ส่วน Overtraining Syndrome เน้นที่ความเครียดสะสมจากปริมาณการซ้อม ทั้งสองภาวะเกิดร่วมกันได้บ่อย และมีกลไกที่ทับซ้อนกันในระบบฮอร์โมนความเครียด

ต้องผอมมากถึงจะเป็น RED-S ไหม?

ไม่จำเป็น RED-S เกิดจากพลังงานที่ได้รับไม่พอเทียบกับที่ใช้ไป ไม่ใช่จากน้ำหนักตัวหรือรูปร่างภายนอก คนที่ดูฟิตและน้ำหนักปกติก็เป็น RED-S ได้ถ้าพลังงานสุทธิติดลบต่อเนื่อง

ผู้ชายที่เป็น RED-S จะรู้ตัวได้อย่างไร ถ้าไม่มีประจำเดือนเป็นสัญญาณ?

สังเกตจากความต้องการทางเพศที่ลดลง ผลงานการซ้อมที่แย่ลงทั้งที่ซ้อมหนักขึ้น หรือป่วยบ่อยกว่าปกติ หากสงสัยควรตรวจเทสโทสเตอโรนร่วมกับฮอร์โมนอื่นเพื่อยืนยัน

กิน RED-S ให้หายต้องเพิ่มอาหารเท่าไหร่?

ไม่มีตัวเลขตายตัวสำหรับทุกคน ขึ้นอยู่กับปริมาณการซ้อมและพลังงานที่ขาดไปเดิม แนะนำให้ประเมินร่วมกับแพทย์หรือนักโภชนาการที่เข้าใจความต้องการพลังงานของนักกีฬาโดยเฉพาะ ไม่ใช่ปรับเองตามความรู้สึก

Thrive แนะนำ
แบบทดสอบฮอร์โมนฟรี

อ่อนเพลียเรื้อรัง น้ำหนักขึ้น อารมณ์แปรปรวน อาจเป็นสัญญาณฮอร์โมนไม่สมดุล ทำแบบทดสอบฟรี 2 นาที

นัดตรวจที่ Thrive →
นายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์ หมอบาย Thrive Wellness Clinic

นายแพทย์พิจักษณ์ วงศ์วิศิษฎ์

Preventive & Regenerative Medicine (หมอบาย)

หมอบายดูแลด้วยมุมมอง Preventive Medicine — เชื่อมโยงผลฮอร์โมนและวิตามินเข้ากับพันธุกรรมและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อวางแผนชะลอความเสื่อมและป้องกันปัญหาสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ ไม่ใช่แค่ดูตัวเลขแยกส่วน

Preventive MedicineHormone BalanceRegenerative MedicineGenetic Counseling

ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญของเรา

นัดหมายวันนี้ รับคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากทีมแพทย์ Thrive