สารอาหารในมัทฉะมีอะไรบ้าง และร่างกายได้รับจริงแค่ไหน?
สิ่งที่คุณจะได้เรียนรู้
- มัทฉะให้ EGCG สารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าชาเขียวทั่วไปถึง 137 เท่า เนื่องจากดื่มใบชาทั้งใบในรูปแบบผง
- วิตามิน K โดดเด่นที่สุด — 58 µg ต่อกรัม รวมถึงวิตามิน A, C และแร่ธาตุสำคัญ
- การดื่มมัทฉะกับนมลดการดูดซึม EGCG อย่างมีนัยสำคัญ เพราะ casein จับกับ catechin
- 1–2 แก้วต่อวันเหมาะสมสำหรับคนส่วนใหญ่ — ผู้รับประทาน warfarin ควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- มัทฉะเสริมสารอาหารได้ดี แต่การตรวจ OligoScan เป็นวิธีเดียวที่รู้ระดับวิตามินจริงในร่างกาย
วัดแร่ธาตุและโลหะหนักในเนื้อเยื่อด้วย OligoScan — ไม่ต้องเจาะเลือด
นัดตรวจที่ Thrive →มัทฉะมีสารอาหารหลายชนิด ได้แก่ วิตามิน A, C, K แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าชาเขียวทั่วไปอย่างมีนัยสำคัญ [2] แต่ปริมาณที่ร่างกายจะดูดซึมได้จริงนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งวิธีดื่ม สุขภาพลำไส้ และระดับสารอาหารพื้นฐานของแต่ละคน
มัทฉะคืออะไร — และทำไมจึงต่างจากชาเขียวธรรมดา
มัทฉะและชาเขียวมาจากต้นชาชนิดเดียวกัน (Camellia sinensis) แต่กระบวนการปลูกและผลิตต่างกันโดยสิ้นเชิง ชาเขียวทั่วไปปลูกกลางแดด เก็บใบ อบ แล้วชง — คุณได้รับสารที่ละลายน้ำออกมาเพียงบางส่วน ส่วนมัทฉะปลูกใต้ผ้าคลุมกันแสง 3–4 สัปดาห์ก่อนเก็บเกี่ยว แล้วบดใบทั้งใบจนเป็นผงละเอียด และดื่มทั้งผงนั้น
กระบวนการนี้คือเหตุผลที่ทำให้มัทฉะมีสารอาหารเข้มข้นกว่า: เมื่อดื่มมัทฉะ คุณได้รับสารอาหารจากใบชา 100% ไม่ใช่แค่สิ่งที่ละลายน้ำออกมา ขณะที่ชาเขียวทั่วไปให้สารอาหารที่ละลายน้ำได้เพียง 20–30% ของที่มีในใบ
Key finding: มัทฉะมีปริมาณ EGCG (สารต้านอนุมูลอิสระหลัก) สูงกว่าชาเขียวทั่วไปถึง 137 เท่า [1]
การคลุมกันแสงก่อนเก็บเกี่ยวยังกระตุ้นให้ต้นชาสร้าง chlorophyll (สารสีเขียว) และกรดอะมิโน L-Theanine (แอล-ธีอะนีน) สะสมมากขึ้น [2] ซึ่งเป็นที่มาของรสชาติขมนุ่ม สีเขียวเข้ม และคุณสมบัติพิเศษที่ทำให้มัทฉะแตกต่างจากชาชนิดอื่น
ข้อมูลจากสถาบัน HRDI Thailand ระบุว่าชาเขียวพร้อมดื่มในขวดที่คนไทยบริโภคทั่วไปมักผ่านกระบวนการที่ทำลายสารต้านอนุมูลอิสระไปมาก และมีน้ำตาลผสมสูง ต่างจากมัทฉะแท้อย่างมีนัยสำคัญ [10]

สารอาหารหลักในมัทฉะ: วิตามินและแร่ธาตุที่ควรรู้
งานวิจัยด้านองค์ประกอบทางโภชนาการของมัทฉะจาก PMC7231151 (2020) และ PMC11049459 (2024) ให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับสิ่งที่มีอยู่จริงในผงมัทฉะ 1 กรัม (ประมาณ 1 ช้อนชาขนาดเล็ก) [3][4]:
| สารอาหาร | ปริมาณต่อ 1 กรัม | บทบาทหลักในร่างกาย |
|---|---|---|
| วิตามิน K | 58 µg | การแข็งตัวของเลือด กระดูกแข็งแรง |
| วิตามิน A (beta-carotene) | ~580 µg | การมองเห็น ระบบภูมิคุ้มกัน |
| วิตามิน C | ~1 mg | สร้างคอลลาเจน ต้านอนุมูลอิสระ |
| แคลเซียม | 4.2 mg | กระดูก ฟัน กล้ามเนื้อ |
| แมกนีเซียม | 2.3 mg | ระบบประสาท การผลิตพลังงานเซลล์ |
| โพแทสเซียม | 27 mg | ควบคุมความดันโลหิต หัวใจ |
| ใยอาหาร | ~56 g/100g | ระบบย่อยอาหาร จุลินทรีย์ในลำไส้ |
| คาเฟอีน | ~35–70 mg/แก้ว | กระตุ้นการตื่นตัว |
สารอาหารที่โดดเด่นที่สุดคือวิตามิน K ซึ่งมีระดับสูงผิดปกติสำหรับเครื่องดื่ม — มีประโยชน์โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ต้องการเสริมวิตามิน K จากแหล่งธรรมชาติ
คำเตือน: ผู้ที่รับประทานยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น warfarin หรือ aspirin ควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มมัทฉะปริมาณมาก เนื่องจากวิตามิน K อาจส่งผลต่อการทำงานของยาได้ [4]
นอกจากนี้ มัทฉะมีคลอโรฟิลล์สูงกว่าชาเขียวทั่วไปมาก เนื่องจากการคลุมกันแสง คลอโรฟิลล์มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระและเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดีท็อกซ์ตามธรรมชาติ แม้งานวิจัยในมนุษย์เกี่ยวกับประโยชน์โดยตรงยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติม

EGCG และ L-Theanine: สารพิเศษที่ไม่มีในอาหารอื่น
สองสารนี้คือเหตุผลหลักที่นักวิจัยทั่วโลกสนใจมัทฉะมากกว่าชาชนิดอื่น และทำให้มัทฉะมีบทบาทที่แตกต่างจากเครื่องดื่มทั่วไป
EGCG — สารต้านอนุมูลอิสระที่พบมากที่สุดในมัทฉะ
EGCG (Epigallocatechin Gallate) คือ catechin (กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ flavonoid) ที่มีปริมาณสูงสุดในมัทฉะ งานวิจัยจาก PMC12470402 (2025) ระบุว่า EGCG มีคุณสมบัติต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ และอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคเรื้อรังบางชนิด เช่น โรคหัวใจและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 [1]
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (2025) ที่วิเคราะห์ระดับ EGCG ในผลิตภัณฑ์มัทฉะในตลาดไทย พบว่าปริมาณ EGCG แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญตามแหล่งผลิตและเกรด [8] — หมายความว่ามัทฉะราคาถูกอาจให้ EGCG น้อยกว่าที่คาดมาก
L-Theanine — กรดอะมิโนที่หายากในธรรมชาติ
L-Theanine (แอล-ธีอะนีน) เป็นกรดอะมิโนที่พบเกือบเฉพาะในใบชา มัทฉะ 1 แก้ว (80 ml) ให้ L-Theanine ประมาณ 36 mg [5] ซึ่งมากกว่าชาเขียวทั่วไปมาก เนื่องจากกระบวนการคลุมกันแสงที่บังคับให้ต้นชาสร้าง L-Theanine สะสมมากขึ้น
การศึกษา randomized controlled trial ในผู้ใหญ่สุขภาพดี 30 คน พบว่า L-Theanine ช่วยลดคะแนน State-Trait Anxiety (p = 0.006) และปรับปรุงคุณภาพการนอนหลับอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับกลุ่ม placebo [5]
Key finding: L-Theanine และคาเฟอีนในมัทฉะทำงานร่วมกัน — L-Theanine ชะลอการดูดซึมคาเฟอีน ให้พลังงานที่เพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยไม่ทำให้ใจสั่นหรือกระวนกระวายเหมือนกาแฟ [6]
หลักฐานเรื่องการเพิ่มสมาธิจาก L-Theanine ยังคงพัฒนาอยู่ — systematic review ในปี 2025 สรุปว่า "promising but not completely conclusive" และจำเป็นต้องมีงานวิจัยในมนุษย์ระยะยาวเพิ่มเติม [9]
ดื่มมัทฉะทุกวัน ได้สารอาหารเพียงพอจริงไหม?
นี่คือคำถามที่หลายคนสงสัย แต่ไม่ค่อยได้รับคำตอบตรงๆ จากบทความทั่วไป
คำตอบ: มัทฉะเสริมสารอาหารได้จริง แต่ไม่ใช่ทั้งหมดที่ร่างกายต้องการ
วิตามิน K และ EGCG จากมัทฉะมีประโยชน์ต่อสุขภาพที่วัดได้จริง แต่ปริมาณวิตามิน C, B12, ธาตุเหล็ก และแร่ธาตุอื่นๆ ต่อแก้วยังน้อยเกินไปที่จะทดแทนอาหารหลากหลาย
ปัจจัยที่กำหนดว่าคุณได้สารอาหารจากมัทฉะมากแค่ไหน
| ปัจจัย | ผลกระทบต่อการดูดซึม |
|---|---|
| ดื่มเปล่าหรือกับน้ำ | ดูดซึม EGCG ได้เต็มที่ — แนะนำน้ำร้อนไม่เกิน 80°C |
| ดื่มกับนม (matcha latte) | casein ในนมจับกับ catechin ก่อนดูดซึม [7] — EGCG ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ |
| สุขภาพลำไส้ดี | ดูดซึมสารอาหารได้เต็มประสิทธิภาพ |
| ลำไส้อักเสบหรือรั่ว | การดูดซึม catechin ลดลง แม้ดื่มมัทฉะคุณภาพสูง |
| เกรดของมัทฉะ | ceremonial grade มี EGCG สูงกว่า culinary grade [8] |
คำเตือนสำคัญ: การดื่มมัทฉะกับนมสดอาจลดประโยชน์ด้านสารต้านอนุมูลอิสระลงอย่างมีนัยสำคัญ ถ้าต้องการได้ EGCG สูงสุด ดื่มมัทฉะเปล่าหรือกับนมพืชที่ไม่มีโปรตีน casein [7]
ปริมาณที่แนะนำโดยทั่วไปคือ 1–2 แก้วต่อวัน ให้ประโยชน์จาก EGCG และ L-Theanine โดยได้รับคาเฟอีนในระดับที่เหมาะสม ไม่ควรดื่มเกิน 5 แก้วต่อวันเพราะจะได้รับคาเฟอีนมากเกินไป ควรปรึกษาแพทย์หากมีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร

สัญญาณที่บ่งบอกว่าร่างกายอาจยังขาดวิตามิน
มัทฉะช่วยเสริมสารอาหารได้ดี แต่ไม่ใช่คำตอบว่าร่างกายคุณขาดสารอาหารจริงหรือไม่ สัญญาณเหล่านี้อาจบ่งชี้ว่าระดับวิตามินหรือแร่ธาตุในร่างกายต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ:
| อาการที่สังเกตได้ | วิตามิน/แร่ธาตุที่อาจขาด |
|---|---|
| เหนื่อยล้าเรื้อรัง แม้นอนหลับพอ | B12, ธาตุเหล็ก, แมกนีเซียม, วิตามิน D |
| ผมร่วงมากผิดปกติ | สังกะสี (zinc), ไบโอติน, ธาตุเหล็ก |
| หมอกในสมอง (brain fog) สมาธิสั้นลง | วิตามิน D, แมกนีเซียม, โอเมก้า-3 |
| กล้ามเนื้อตึงหรือเป็นตะคริวบ่อย | แคลเซียม, แมกนีเซียม, โพแทสเซียม |
| ผิวแห้ง ริมฝีปากแตก เล็บเปราะ | วิตามิน A, B2, ไบโอติน, ไขมันดี |
| ภูมิคุ้มกันต่ำ ป่วยบ่อยกว่าปกติ | วิตามิน D, C, สังกะสี |
| นอนไม่หลับ วิตกกังวลเรื้อรัง | แมกนีเซียม, วิตามิน B6 |
อาการเหล่านี้ไม่ใช่การวินิจฉัย — อาการเดียวกันเกิดได้จากหลายสาเหตุ การตรวจวัดระดับจริงในร่างกายเป็นวิธีเดียวที่แม่นยำ การกินอาหารเสริมแบบเดาโดยไม่รู้ระดับจริงอาจทำให้ได้รับบางอย่างมากเกินไปในขณะที่ยังขาดสิ่งที่ต้องการจริงๆ อยู่
รู้จริงด้วยการตรวจระดับสารอาหารที่ Thrive
หลายคนดูแลสุขภาพอย่างตั้งใจ — ดื่มมัทฉะทุกเช้า กินผักผลไม้ ออกกำลังกาย แต่ยังรู้สึกเหนื่อยล้า สมาธิไม่ดี หรือผมร่วง ปัญหามักไม่ได้อยู่ที่ความตั้งใจ แต่อยู่ที่ว่าร่างกายดูดซึมและใช้สารอาหารได้มากแค่ไหน
ที่ Thrive Wellness Center Bangkok เราใช้ OligoScan — เทคโนโลยีตรวจระดับแร่ธาตุ 20 ชนิดและโลหะหนัก 14 ชนิดในเนื้อเยื่อโดยไม่ต้องเจาะเลือด ผ่านการยิงแสงที่ฝ่ามือ ผลออกภายใน 20 นาที ให้ภาพที่ชัดเจนกว่าการตรวจเลือดทั่วไปในบางกรณี
ผลลัพธ์คือแผนวิตามินเฉพาะบุคคล ที่ออกแบบตามระดับจริงในร่างกายของคุณ — ไม่ใช่การสั่งวิตามินรวมแบบ one-size-fits-all ที่ไม่รู้ว่าได้ผลหรือไม่
สิ่งที่แพทย์ Thrive แนะนำ
"มัทฉะเป็นส่วนหนึ่งที่ดีมากในไลฟ์สไตล์สุขภาพ — EGCG และ L-Theanine มีงานวิจัยรองรับที่ชัดเจน แต่สิ่งที่เราพบบ่อยในคลินิกคือผู้ป่วยที่ดูแลตัวเองอย่างดี ดื่มมัทฉะทุกวัน กินอาหารสะอาด แต่ยังขาด magnesium หรือวิตามิน D เพราะสารเหล่านี้ไม่ได้มาจากมัทฉะเพียงอย่างเดียว จุดสำคัญคือรู้ระดับจริงก่อน แล้วเสริมสิ่งที่ขาดจริงๆ ไม่ใช่เดาจากอาการ"
— ทีมแพทย์ Functional Medicine, Thrive Wellness Center Bangkok
ทีม Thrive แนะนำให้ใช้มัทฉะเป็นส่วนเสริมของไลฟ์สไตล์สุขภาพ ควบคู่กับการตรวจระดับสารอาหารเป็นระยะ โดยเฉพาะในผู้ที่มีอาการเหนื่อยล้า brain fog หรือสัญญาณการขาดวิตามินที่พบบ่อยในคนกรุงเทพฯ วัย 30–50 ปี
References
[1] Ranjit, A., et al. (2025). Epigallocatechin-Gallate (EGCG): An Essential Molecule for Human Health and Well-Being. International Journal of Molecular Sciences, 26(18), 9253. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC12470402/
[2] Kochman, J., Jakubczyk, K., Antoniewicz, J., Mruk, H., & Janda, K. (2021). Health Benefits and Chemical Composition of Matcha Green Tea: A Review. Molecules, 26(1), 85. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC7796401/
[3] Jakubczyk, K., Kochman, J., Kwiatkowski, S., & Janda-Milczarek, K. (2020). Antioxidant Properties and Nutritional Composition of Matcha Green Tea. Foods, 9(4), 483. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC7231151/
[4] Łuczaj, W., Gęgotek, A., & Skrzydlewska, E. (2024). Matcha Green Tea: Chemical Composition, Phenolic Acids, Caffeine and Fatty Acid Profile. Nutrients, 16(8). https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC11049459/
[5] Hidese, S., Ogawa, S., Ota, M., Ishida, I., Yasukawa, Z., Ozeki, M., & Kunugi, H. (2019). Effects of L-Theanine Administration on Stress-Related Symptoms and Cognitive Functions in Healthy Adults: A Randomized Controlled Trial. Nutrients, 11(10), 2362. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6836118/
[6] Dodd, F. L., Kennedy, D. O., Riby, L. M., & Haskell-Ramsay, C. F. (2022). The Cognitive-Enhancing Outcomes of Caffeine and L-theanine: A Systematic Review. PMC, 8794723. https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC8794723/
[7] Kapoor, M. P., Sugita, M., Fukuzawa, Y., & Okubo, T. (2022). Catechin Bioavailability Following Consumption of a Green Tea Extract Confection Is Reduced in Obese Persons without Affecting Gut Microbial-Derived Valerolactones. PMC, 9774199. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC9774199/
[8] Khokhar, S., et al. (2025). The Comparison of Epigallocatechin Gallate Levels in Matcha Powders in the Thai Market. Mae Fah Luang University Postgraduate Research. https://postgrads.mfu.ac.th/wp-content/uploads/2025/07/6652003252.pdf
[9] Nobre, A. C., et al. (2025). l-theanine: From tea leaf to trending supplement – does the science match the hype for brain health and relaxation? PMC, 12892352. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC12892352/
[10] สถาบันการจัดการความรู้ด้านสุขภาพ กรมสุขภาพจิต (HRDI). (2566). ชาเขียวไม่ใช่มัทฉะ: ความต่างที่คุณควรรู้ [Green Tea is Not Matcha: Differences You Should Know]. https://hkm.hrdi.or.th/Knowledge/detail/722
คำถามที่พบบ่อย
มัทฉะมีสารอาหารอะไรบ้าง?
มัทฉะ 1 กรัมให้วิตามิน K (58 µg), วิตามิน A (beta-carotene ~580 µg), วิตามิน C (~1 mg), แคลเซียม (4.2 mg), แมกนีเซียม (2.3 mg), โพแทสเซียม (27 mg) และ EGCG ในปริมาณสูง นอกจากนี้ยังมี L-Theanine ประมาณ 36 mg ต่อแก้ว
ดื่มมัทฉะทุกวันได้ไหม ดื่มวันละกี่แก้ว?
ได้ — 1–2 แก้วต่อวันเหมาะสมและปลอดภัยสำหรับผู้ใหญ่สุขภาพดีส่วนใหญ่ ไม่ควรดื่มเกิน 5 แก้วต่อวัน ควรปรึกษาแพทย์หากมีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ หรือรับประทานยาที่อาจมีปฏิกิริยากับวิตามิน K หรือคาเฟอีน
มัทฉะกับชาเขียวต่างกันอย่างไร?
ทั้งคู่มาจากต้นชา Camellia sinensis ชนิดเดียวกัน แต่มัทฉะบดใบชาทั้งใบเป็นผงและดื่มทั้งผง ทำให้ได้สารอาหาร 100% ของใบชา ขณะที่ชาเขียวทั่วไปชงแล้วกรองทิ้ง ได้เฉพาะสารที่ละลายน้ำออกมา
EGCG คืออะไร และมีประโยชน์อย่างไร?
EGCG (Epigallocatechin Gallate) คือสารต้านอนุมูลอิสระหลักในมัทฉะ งานวิจัยพบว่ามีคุณสมบัติต้านการอักเสบ และอาจช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หลักฐานในมนุษย์ส่วนใหญ่มาจากการศึกษาระยะสั้น ยังต้องการงานวิจัยระยะยาวเพิ่มเติม
ร่างกายดูดซึมวิตามินจากมัทฉะได้มากแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย การดื่มกับนมลดการดูดซึม EGCG อย่างมีนัยสำคัญเพราะ casein จับกับ catechin สุขภาพลำไส้ก็มีผลสำคัญ การตรวจระดับสารอาหารโดยตรงด้วย OligoScan เป็นวิธีเดียวที่รู้ได้แน่ชัด
วัดแร่ธาตุและโลหะหนักในเนื้อเยื่อด้วย OligoScan — ไม่ต้องเจาะเลือด
นัดตรวจที่ Thrive →